โคตรเจ๋ง ดร. มาฮาดีร์ จัดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษข้าราชการมาเลเซีย

“มหาธีร์” จัดเต็ม เตรียมจัดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษข้าราชการของมาเลเซียทุกคน

ในยุคนี้ ทุกประเทศก็ต่างให้ความสำคัญกับภาษาอังกฤษ ที่เป็นภาษาสากล และมีความจำเป็นต่อการศึกษาและการพัฒนาประเทศชาติเป็นอย่างสูงที่สุด แม้กระทั่งประเทศมาเลเซียซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านเรา ท่านมหาธีร์ โมฮามัด (มาฮาดีร์ บิน โมฮามัด) ในวัย 92 ปี ซึ่งเข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2561  ก็เตรียมที่จะยกระดับภาษาอังกฤษ ให้กับคนในชาติ โดยเริ่มต้นที่ข้าราชการของประเทศมาเลเซียทุกคน

“ภาษาอังกฤษ ปัจจุบันนี้เป็นภาษาที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เราจะต้องใช้ภาษาอังกฤษเพื่อติดต่อสื่อสาร ทำธุรกิจการค้าและเจรจาต่อรองกับชาวต่างประเทศ ดังนั้น เราจึงเริ่มที่ข้าราชการของเรา จะต้องเข้ารับการทดสอบเพื่อวัดระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษ เพื่อเป็นก้าวแรก ในการพัฒนาบุคลากรของเราให้มีความรู้ทางด้านภาษาอังกฤษ”

ดร. มาฮาดีร์ โมฮามัด

Mahathir-Mohamad

ประวัติโดยย่อของ มาฮาดีร์ โมฮามัด

ดร. มาฮาดีร์ โมฮามัด ปัจจุบันมีอายุถึง 92 ปี แต่ก็ยังได้รับเลือกตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศมาเลเซีย โดยก่อนหน้าก็เคยเป็นนายกมาแล้ว 1 ครั้ง และนอกจากนี้ยังเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหลากหลายกระทรวง ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงการค้า และกระทรวงศึกษาธิการ

ดร. มาฮาดีร์ โมฮามัด เป็นคนที่มีความคิดพัฒนาอยู่ตลอดเวลา มองภาพรวมของอนาคต และพยายามพัฒนาประเทศให้ประชาชนหลุดพ้นจากความยากจน และหนีจากการเป็นประเทศที่ 3  โดยตลอดระยะเวลาการทำงาน ที่ ดร. มาฮาดีร์ โมฮามัด ได้เป็นนายกรัฐมนตรีในสมัยก่อนหน้านั้น ส่งผลให้ประเทศมาเลเซีย เป็นประเทศที่มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงเป็นอันดับต้นๆของโลกในตอนนั้นเลยทีเดียว

ดร. มาฮาดีร์ โมฮามัด เป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่ง ที่สนับสนุนวิชาภาษาอังกฤษมาโดยตลอด ในช่วงหนึ่งของการเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เคยปรับหลักสูตรการเรียนการสอน ทั้งในวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ โดยให้สอนโดยภาษาอังกฤษ ซึ่งผลจากการส่งเสริมทางภาษาอังกฤษนี้ ทำให้ประเทศมาเลเซีย มีดัชนีวัดความรู้ทางด้านภาษาอังกฤษของคนในชาติอยู่ในอันดับที่ 13  จาก 80 ประเทศทั่วโลกเลยทีเดียว

ในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในสมัยปัจจุบันนี้ ดร. มาฮาดีร์ โมฮามัด ก็พุ่งเป้าไปที่การพัฒนาภาษาอังกฤษให้แก่คนในชาติ โดยเล็งเห็นว่า ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่จะทำให้ประเทศชาติมีความเจริญรุดหน้าไปได้มากกว่าที่เป็น และเป็นการยกระดับความรู้ ให้แก่คนในชาติ ซึ่งก็ถือว่าเป็นนโยบายสำคัญของมาเลเซียในปัจจุบันนี้เลยทีเดียว

มาแปลก เกาหลีใต้ผ่านกฎหมายห้ามสอนภาษาอังกฤษในเด็กต่ำกว่าป.3

อย่างที่ทราบกันดีว่าทุกวันนี้ ภาษาอังกฤษถือว่าเป็นภาษาสากลที่มีความสำคัญ ทั้งในด้านของการศึกษาและในด้านของธุรกิจการค้าในอนาคต แม้กระทั่งประเทศไต้หวันเองยังมีการสนับสนุนให้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาทางการภาษาที่สองรองจากภาษาจีน และมีการส่งเสริมให้เรียนภาษาอังกฤษกันตั้งแต่อนุบาล แต่ในทางกลับกัน ประเทศเกาหลีใต้ก็ได้มีประกาศสั่งห้ามสอนภาษาอังกฤษ สำหรับเด็กในชั้นที่ต่ำกว่าประถม 3  หรือพูดอีกอย่างว่า จะเริ่มเรียนอังกฤษได้ต่อเมื่อขึ้นป 3 แล้วนั้นเอง ซึ่งทั้งนี้มตินี้ก็ได้มีการผ่านร่างรัฐธรรมนูญในปี 2016  เป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย

โดยทางประเทศเกาหลีใต้ได้มีการสำรวจและศึกษา ถึงผลกระทบต่อการเรียนภาษาอังกฤษในเด็กเล็ก ว่าอาจจะมีผลกระทบทำให้ทักษะในการพัฒนาภาษาเกาหลี ซึ่งเป็นภาษาแม่ ลดน้อยถอยลง โดยผู้เเชี่ยวชาญทางด้านภาษาแห่งประเทศเกาหลีใต้ ก็ได้มีการศึกษาและพบว่า อายุที่จะให้เด็กเรียนภาษาอังกฤษ โดยไม่มีผลกระทบหรือมีผลกระทบต่อภาษาเกาหลีน้อยที่สุด ก็คือตั้งแต่ระดับชั้นป. 3 ขึ้นไป โดยมีเหตุผลสนับสนุนต่อว่า ก่อนที่จะเริ่มเรียนภาษาอังกฤษนั้น ก็ควรที่จะพัฒนาทักษะภาษาเกาหลี และทักษะการเข้าสังคม สำหรับเด็กให้ดีเสียก่อน

แบนภาษาอังกฤษ-02

แต่ทั้งนี้ในฝั่งของผู้ปกครองส่วนใหญ่ ก็ยังให้ความสำคัญกับภาษาอังกฤษ โดยมองว่า การเริ่มเรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่ยังเล็ก จะทำให้เด็กสามารถจดจำได้ดี และจะทำให้ใช้ภาษาอังกฤษได้ตั้งแต่ในชั้นประถม ซึ่งเด็กก็จะสามารถหาความรู้และมีการพัฒนาทางด้านการเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว และยังบอกต่อว่า ภาษาอังกฤษมีความสำคัญในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยเป็นอย่างมาก เพราะคนที่สอบไม่ผ่านในระดับชั้นมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่แล้วจะ ไม่ผ่านกันที่วิชาภาษาอังกฤษนั่นเอง

>>น้อง ม.ต้น พูดภาษาอังกฤษแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวแบบเนียนกริ๊บ

และถึงแม้จะมีกฎระเบียบในการห้ามสอนภาษาอังกฤษ ในเด็กที่ต่ำกว่าชั้นป. 3  ประกาศออกมาแบบนี้แล้วก็ตาม ผู้คนส่วนใหญ่ก็ยังยอมเสียสตางค์ เพื่อให้ลูกไปเรียนในโรงเรียนเอกชน ซึ่งไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโรงเรียนบริบาล และไม่อยู่ในระเบียบข้อบังคับดังกล่าว ยังมีการสอนภาษาอังกฤษได้อยู่ โดยได้มีการประเมินราคาค่าเรียนของเด็กตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงประถม 1 และ 2  อย่างคร่าวๆ ไว้เท่ากับประมาณ  20,000-40,000 บาทต่อเดือน ซึ่งก็ถือว่าไม่น้อยเลย สำหรับฐานเงินเดือนของชาวเกาหลีใต้ ที่อยู่ในระดับประมาณ 40000 ถึง 60000 บาทต่อเดือนเท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีหลายคนที่มองว่า กฎข้อบังคับนี้ จะสร้างความเสียเปรียบให้แก่ผู้มีรายได้น้อย ทำให้ไม่สามารถได้รับการศึกษาเทียบเท่ากับผู้ที่มีรายได้มาก ซึ่งถือว่าเป็นการเสียเปรียบในการแข่งขันทางด้านการศึกษาไปเลยทีเดียว เพราะเชื่อว่าคนมีสตางค์ ยังไงก็ต้องอยากให้ลูกเรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่ยังเล็กอยู่แล้ว ถึงแม้จะต้องเสียเงินบ้างน้อยก็ไม่ได้มีผลกระทบต่อรายได้แต่อย่างใด และในทางกลับกัน คนที่ไม่มีสตางค์ ก็จะไม่มีโอกาสได้เรียนภาษาอังกฤษ และพอเมื่อเริ่มเรียนในชั้นป. 3  ก็จะตามคนที่มีสตางค์ไม่ทันไปเลย

ทั้งนี้ กฎระเบียบห้ามสอนภาษาอังกฤษในเด็กต่ำกว่า ป.3 เริ่มประกาศใช้ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2018 ซึ่งก็คงต้องรอดูท่าทีกันต่อไป ว่าจะส่งผลกระทบอย่างไรกับวงการการศึกษาของประเทศเกาหลีใต้

เพราะภาษาอังกฤษสำคัญ ไต้หวันยกเป็นภาษาทางการ

“ไต้หวันเตรียมยกภาษาอังกฤษ ให้เป็นภาษาราชการภาษาที่ 2”

เพราะภาษาอังกฤษถือว่าเป็นภาษาที่สำคัญและใช้กันมากที่สุดในโลก ถือว่าเป็นภาษาสากลที่ไม่ว่าเวลาไปไหนในโลกนี้ก็ต้องใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารเป็นภาษาสากลกันทั้งนั้น ไต้หวันเอง ถึงแม้จะมีการใช้ภาษาจีนเป็นภาษาประจำชาติมาตลอด แต่ทางนายกรัฐมนตรี ก็ได้เล็งเห็นความสำคัญของภาษาอังกฤษ ว่าจะทำให้เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ ทั้งในทางการค้าและการศึกษาของคนในชาติ ดังนั้นจึงมีการหารือว่าจะยกระดับภาษาอังกฤษให้เป็นภาษาทางการ ซึ่งถือว่าเป็นภาษาประจำชาติภาษาที่สองของไต้หวัน

โดยทางนายกรัฐมนตรี ได้มีการแถลงและเปิดเผยรายละเอียดว่า “เพราะว่าภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่มีความสำคัญ และต้องการให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษกันอย่างเข้มข้น ตั้งแต่ชั้นเรียนอนุบาล ประถม เพื่อเพิ่มศักยภาพในการศึกษา ให้สามารถเรียนรู้ได้กว้างไกล สามารถแปลเอกสารหรือข้อมูลสำคัญจากภาษาอังกฤษ และสามารถเข้าใจได้ดี เพื่อจะทำให้การศึกษาในวันข้างหน้า เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งภาษาอังกฤษยังมีความสำคัญในการทำธุรกิจกับชาวต่างชาติ รวมทั้งการติดต่อสื่อสารอื่นๆในอนาคตจะต้องใช้ภาษาอังกฤษมากยิ่งขึ้น”

แต่ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ไล่ ชิงเต่อ ของไต้หวัน ก็ได้กล่าวว่า นโยบายนี้ไม่ได้บังคับใช้โดยรัฐบาล แต่จะใช้ความเห็นชอบร่วมกันของประชาชนในไต้หวัน โดยอาจจะมีการปรับเนื้อหาในระเบียบต่างๆ รวมทั้งกฎเกณฑ์ในระเบียบทางการศึกษา ให้เหมาะสมกับคนในชาติก่อนที่จะนำนโยบายนี้มาปรับใช้อย่างเป็นทางการ

ไต้หวัน-ภาษาอังกฤษเป็นภาษาประจำชาติ

ข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไต้หวัน

ประเทศไต้หวัน มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่าสาธารณรัฐจีน อยู่ในทวีปเอเชียตะวันออก มีเกาะใหญ่ๆประกอบด้วยกันในประเทศไต้หวันอยู่ 5 แห่ง โดยทางด้านตะวันตกของไต้หวันจะติดกับจีนแผ่นดินใหญ่ และมีส่วนหนึ่งติดกับประเทศฟิลิปปินส์ทางด้านใต้ โดยมีกรุงไทเปเป็นเมืองหลวง

เดิมทีไต้หวันเป็นที่อยู่ของชนพื้นเมือง แต่เนื่องจากมีชาวจีนแผ่นดินใหญ่ ได้ตั้งรกรากย้ายมาอาศัยอยู่ที่ทางเกาะไต้หวันกันมากขึ้น อีกทั้งยังมีชาวสเปนและชาววิลันดาเข้ามาตั้งบ้านเรือนอยู่อาศัยร่วมด้วย ตั้งแต่ในศตวรรษที่ 17 อย่างไรก็ตาม ประเทศไต้หวันเองก็ยังไม่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติว่าเป็นประเทศเอกราช และยังอยู่ภายใต้ชื่อของประเทศจีน มาโดยตลอด

ประเทศไต้หวันเป็นประเทศที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่พัฒนาแล้ว และยังได้รับการขนานนามว่าเป็นหนึ่งในสี่เสือแห่งเอเชีย มีเศรษฐกิจที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว มีผู้นำที่เข้มแข็งและมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลมาโดยตลอด จึงทำให้ประเทศไต้หวันพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

แม้กระทั่งแนวคิดในการนำภาษาอังกฤษมาเป็นภาษาทางการ และสนับสนุนให้คนในชาติเริ่มใช้ภาษาอังกฤษกันตั้งแต่เด็กๆ ก็ถือว่าเป็นวิสัยทัศน์ที่ น่าจับตามองเป็นอย่างมาก เพราะจะเป็นพัฒนาขีดความรู้ของคนในชาติให้อยู่ในระดับสูง และทัดเทียมกับประเทศทางฝั่งตะวันตกได้อย่างเร็วมากขึ้น ซึ่งสำหรับประเทศไทยที่ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาราชการนั้น ก็เห็นได้เป็นอย่างดีว่า ส่งผลต่อข้อจำกัดในการเรียนรู้ ยิ่งในทุกวันนี้เป็นยุคสมัยนั้นอินเตอร์เน็ต ความรู้ทุกอย่างอยู่ในโลกอินเตอร์เน็ต แต่เพราะประชากรชาวไทยสามารถแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทยได้น้อย จึงทำให้ได้รับประโยชน์จากอินเตอร์เน็ตน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

https://gmlive.com/english-to-be-another-official-language-of-taiwan
https://pasacenter.com/